วิกฤตไวรัส โคโรนา … ลึกลับ ที่ต้องรู้

0
349

ไวรัส โคโรนา ชื่อเต็มว่า Novel Coronavirus 2019 เป็นไวรัสในกลุ่มเดียว กับ “โรคซาร์ SARS” (60-70% สายพันธุ์เดียวกัน)
===================

วิธีสังเกตอาการ
อาการที่เกิดหลังจากติดเชื้อ คือ

  • ไข้
  • ไอ
  • น้ำมูกไหล
  • เจ็บคอ
  • ปวดศีรษะ
  • อ่อนเพลีย
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย

=====================

ใครที่เสี่ยงที่สุด?

  • ผู้ป่วยที่อายุมาก หรืออายุน้อย
  • โรคประจำตัว หรือมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
  • ปอดอักเสบ หรือที่เรียกกันว่า “ปอดบวม” และอาจจะทำให้เสียชีวิต

========================

ลดความเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรนา?

{ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน coronavirus ของมนุษย์ แต่สามารถรักษาอาการได้}

1. หลีกเลี่ยงการไปอยู่ในสถานที่แออัด เช่น ผับ โรงหนัง สนามบิน โรงพยาบาล

2. สวมใส่หน้ากากอนามัย (ชนิด N95) และหลีกเลี่ยงไม่อยู่ใกล้บุคคลที่มีอาการ ไอ จาม เป็นต้น

3. ล้างมือบ่อยๆ : ไวรัส แพร่กระจายผ่านทาง Droplets ต่างๆ เช่น น้ำมูก น้ำลาย ละอองจากการไอจาม ซึ่งละอองเหล่านี้ มักจะติดอยู่กับที่ๆมีการสัมผัสโดยคนหมู่มากบ่อยๆ โดยจุดที่เสี่ยง เช่น ปุ่มกดลิฟท์ ราวบันไดเลื่อน ห้องน้ำสาธารณะ เป็นต้น

4. หลีกเลี่ยงการเข้าไปในตลาดค้าสัตว์ที่มีชีวิต หลีกเลี่ยงการสัมผัส หรือคลุกคลีกับสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ที่ป่วย หรือตาย

5. ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ช้อนกินข้าว เป็นต้น

6. รักษาร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ทานอาหารให้ครบห้าหมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

7. หากท่านพึ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ หรือต่างจังหวัดภายใน 14 วัน ไม่ว่าจะเป็นประเทศ/จังหวัดที่มีรายงานการระบาดหรือไม่ก็ตาม และเริ่มมีอาการผิดสังเกต รีบสวมหน้ากากอนามัย และไปโรงพยาบาลโดยด่วน (สามารถเข้าไปที่ห้องฉุกเฉินได้เลย) พร้อมทั้งแจ้งประวัติการเดินทาง และเล่าอาการให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องฟังโดยละเอียด

8. สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ครับ หากมีข้อสงสัยอะไร
ที่มา WHO

=================

“สิ่งที่แพร่ระบาดได้เร็วกว่าเชื้อไวรัส คือความกลัว และความกลัว สร้างความเสียหายได้มากกว่าโรคระบาด”

สนใจผลิตและเผยแพร่สื่อโฆษณา

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here